ชาวต่างชาติยังต้องมาเรียน บาคาร่าออนไลน์

มวยไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของคนไทยมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษหรือเรียกว่าเป้นศิลปะป้องกันตัวที่ใช้เป็นอาวุธต่อสู้กับข้าศึกโดดเด่นทางแม่ไม้มวยไทยทั้ง15ท่าซึ่งเป็นเอกลักษณ์และความสามารถเฉพาะตัว มวยไทยจึงเป็นศิลปะการป้องกันตัวที่ไม่เคยเป็นรองใครสามารถเชิดชูความเป็นไทยได้อย่างภาคภูมิใจในความสามารถของคนไทย สามารถดึงดูดต่างชาติให้มีการยอมรับฝีไม้ฝีมือของคนไทยได้

ชาวต่างชาติบางคนถึงกับลงทุนมาเรียนวิชามวยไทยกันมากมายเพราะชื่นชอบเอกลักษณ์ของมวยไทย บาคาร่าออนไลน์ บางประเทศลงทุนซื้อนักมวยไทยเพื่อไปสร้างชื่อเสียงให้โด่งดังไปทั่วโลกนักมวยดังๆหลายคนได้โกอินเตอร์ต่างประเทศสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยจนนับไม่ถ้วนจะเห็นถึงความโดดเด่นของนักมวยไทยได้มากมายศิลปะประจำชาติเราจึงควรอนุรักษ์ไว้และสืบสานต่อในมรดกความเป็นไทยให้คงอยู่คู่กับคนไทยไปตราบเท่านาน สิ่งสำคัญในการเป็นนักมวยต้องซื่อสัตย์กับอาชีพของนักมวยให้มาก มีความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ที่ฝึกสอนจะเห็นได้ว่าเวลานักมวยจะขึ้นชกยนเวลาแต่ละครั้งจะต้องมีการไหว้ครูทุกคครั้งซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมา

การไหว้ครูเพื่อความเป็นศิริมงคลกับตัวเองซึ่งคนไทยยึดเป็นหลักสำคัญเพื่อความเจริญก้าวหน้าของตนเองความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์เป็นเครื่องหมายของคนดี คนที่มีชื่อเสียงโด่งดังแล้วลืมตัวไม่เคารพเชื่อฟังครูบาอาจารย์ที่ฝึกฝนวิชาให้ คนนั้นจะไม่มีวันเจริญก้าวหน้าได้การเป็นนักมวยที่ดีนั้นต้องมีใจรักมีความมานะอดทนยอมรับข้อผิดพลาดของตัวเองเพื่อนำมาแก้ไขในความสามารถของตนเองอยู่เสมอ

กอล์ฟ

 

               กอล์ฟ (อังกฤษ: Golf) คือกีฬาหรือเกมประเภทบอลชนิดหนึ่ง ซึ่งผู้เล่นใช้ไม้หลายชนิดตีลูกบอลให้ลงหลุม จากกฎของกอล์ฟ ระบุว่า “กีฬากอล์ฟประกอบด้วยการเล่นลูกใดลูกหนึ่งด้วยไม้กอล์ฟจากแท่นตั้งทีไปลงหลุมโดยการสโตรคหนึ่งครั้งหรือหลายครั้งต่อเนื่องกันตามกฎข้อบังคับ”  กอล์ฟเป็นหนึ่งในกีฬาประเภทบอลเพียงไม่กี่ชนิดที่ไม่มีอาณาเขตการเล่นที่แน่นอน (สนามกอล์ฟแต่ละแห่งสามารถมีรูปร่างและขนาดต่างกัน)

ต้นกำเนิดของกอล์ฟนั้นยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ระหว่างเนเธอร์แลนด์ สกอตแลนด์ และจีน โดยมีการเล่นกอล์ฟมาแล้วอย่างน้อยห้าศตวรรษในหมู่เกาะบริเตน กอล์ฟในรูปแบบปัจจุบันได้มีการเล่นในสกอตแลนด์ตั้งแต่พ.ศ. 2215

ประวัติ

มีการกล่าวถึงกีฬากอล์ฟในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 1840 เป็นครั้งแรกในเนเธอร์แลนด์ในเมืองที่ชื่อว่า Loenen aan de Vech โดยชาวดัตช์เล่นเกมด้วยไม้และลูกบอลหนัง โดยผู้ที่ตีลูกบอลลงในเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรด้วยจำนวนครั้งการตีน้อยที่สุด เป็นผู้ชนะ

ชาวสกอตแลนด์ถือว่ากีฬากอล์ฟเป็นการคิดค้นของสกอตแลนด์ โดยเชื่อว่ามีการกล่าวถึงในกฎหมายสองฉบับในพุทธศตวรรษที่ 20 ซึ่งมีการห้ามเล่นกีฬาที่เรียกว่า “gowf” อย่างไรก็ตาม นักวิชาการเชื่อว่าเป็นการกล่าวถึงกีฬาซึ่งมีลักษณะเป็นกีฬาประเภททีมบนสนาม ใกล้เคียงกับฮอกกี้มากกว่า โดยกล่าวว่ากีฬาที่ใช้ไม้กอล์ฟตีลูกบอลให้ลงหลุมนั้นมีการเล่นในพุทธศตวรรษที่ 22 ในเนเธอร์แลนด์มากกว่าสกอตแลนด์

สนามกอล์ฟเก่าของเซนต์แอนดรูว์ส ในปีพ.ศ. 2434

สนามกอล์ฟที่เก่าที่สุดที่มีการเล่นอย่างต่อเนื่องคือสนามกอล์ฟใน Musselburgh ในสกอตแลนด์ โดยมีหลักฐานว่ามีการเล่นกีฬากอล์ฟที่สนามแห่งนี้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2215 แม้ว่าจะมีการกล่าวกันว่าสมเด็จพระราชินีแมรีแห่งสกอตแลนด์ทรงเล่นกอล์ฟที่สนามแห่งนี้ในปีพ.ศ. 2110

ในอดีต สนามกอล์ฟไม่ได้มีสิบแปดหลุมเสมอไป สนามกอล์ฟเซนต์แอนดรูว์ส ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่แคบๆตามแนวชายฝั่งทะเล ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 20 นักกอล์ฟที่เซนต์แอนดรูว์สได้เล่นกอล์ฟบนพื้นที่มีสภาพเป็นลูกคลื่น และมีหลุมซึ่งที่ตั้งถูกบีบบังคับโดยสภาพพื้นที่ สนามกอล์ฟที่เกิดขึ้นนี้มีสิบเอ็ดหลุม โดยเริ่มจากคลับเฮาส์ไปจนสุดอีกฝั่งหนึ่งของพื้นที่ เมื่อเล่นออกไปจนสุดแล้ว นักกอล์ฟก็จะหันกลับและเล่นกลับเข้ามา รวมเป็นทั้งหมดยี่สิบสองหลุม ในปีพ.ศ. 2307 คนเริ่มรู้สึกว่าหลุมหลายหลุมมีระยะสั้นไป จึงนำหลุมบางหลุมมารวมกัน ลดจากสิบเอ็ดเหลือเพียงเก้าหลุม และรวมกันแล้วเป็นสิบแปดหลุม

ภาพที่เชื่อว่า เป็นการเล่นกอล์ฟของจักรพรรดิจีน

ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 24 ได้มีการพัฒนาในเรื่องของอุปกรณ์อย่างมาก โดยมีอุปกรณ์ตัดหญ้าที่ดีขึ้น ลูกกอล์ฟที่ดีขึ้น และการใช้ก้านโลหะในไม้กอล์ฟ ซึ่งเริ่มในช่วงพุทธทศวรรษ 2470 เช่นเดียวกับการใช้ทีซึ่งทำด้วยไม้ ในพุทธทศวรรษ 2510 เริ่มใช้โลหะแทนหัวไม้ และในทศวรรษ 2520 เริ่มมีการใช้ก้านกราไฟต์แทนโลหะ

ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2549 มีหลักฐานใหม่เกี่ยวกับต้นกำเนิดของกอล์ฟ ค้นพบโดยศาสตราจารย์ Ling Hongling จากมหาวิทยาลัยหลานโจ่ว ซึ่งชวนให้เชื่อได้ว่า มีกีฬาซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับกอล์ฟในปัจจุบันในประเทศจีน ตั้งแต่ห้าร้อยปีก่อนการกล่าวถึงกอล์ฟในสกอตแลนด์ บันทึกจากสมัยราชวงศ์ซ่ง มีการกล่าวถึงเกมฉุยหวาน (จีน: 捶丸) และมีภาพวาดด้วย เกมนี้มีการใช้ไม้สิบชนิด ซึ่งรวมถึงไม้ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับไดรเวอร์ หัวไม้สอง และหัวไม้สามด้วย ไม้ต่างๆมีการประดับด้วยหยกและทอง ทำให้เชื่อว่าเป็นกีฬาสำหรับผู้มีฐานะร่ำรวย ศาสตราจารย์หลิงเชื่อว่ากีฬากอล์ฟถูกนำเข้าสู่ยุโรปและต่อมาสกอตแลนด์โดยนักเดินทางชาวมองโกลในช่วงปลายยุคกลาง

โฆษกของรอยัลแอนด์เอนเชียนกอล์ฟคลับออฟเซนต์แอนดรูว์ส หนึ่งในองค์กรกอล์ฟที่เก่าแก่ของสกอตแลนด์ กล่าวว่า “กีฬาที่ใช้ไม้และลูกบอลนั้นมีการเล่นมาหลายศตวรรษ แต่กอล์ฟที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ เล่นกันสิบแปดหลุม มาจากสกอตแลนด์อย่างแน่นอน”

13 ข้อดีของการปั่นจักรยาน?

เชื่อว่าคนที่ติดตามเว็บ DuckingTiger คงเป็นนักปั่นตัวยงกันอยู่แล้ว แต่ก็อาจจะมีหลายๆ คนที่ยังลังเล ไม่รู้ว่าจะเริ่มปั่นดีไหม หรือควรจะตั้งใจปั่นอย่างจริงจังหรือเปล่า วันนี้เรามี ประโยชน์ของการปั่นจักรยาน 13 ข้อ ที่จะช่วยยืนยันว่าการปั่นจักรยานนั้นมีประโยชน์จริงๆ ครับ

1. ช่วยให้นอนหลับลึกกว่าเดิม

การออกปั่นจักรยานตอนเช้าๆ ช่วยให้เราหลับได้ลึกกว่าเดิมและลดปัญหาการนอนไม่หลับ คณะแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ดได้ทดลองให้คนที่มีปัญหานอนหลับยาก (Insomnia) ออกไปปั่นจักรยานตอนเช้าทุกๆ วัน วันละ 20-30 นาที ผลปรากฏว่าคนที่มีปัญหาการนอนไม่หลับสามารถนอนหลับสนิทได้เร็วขึ้นเกือบหนึ่งชั่วโมง จากแต่ก่อนที่อาจจะต้องนอนรอให้ง่วงเป็นเวลานาน การไปออกกำลังกายยามเช้าช่วยให้ร่างกายเราได้รับแสงแดดตามเวลาที่ควรจะเป็น ช่วยให้ร่างกายหลับได้ง่ายขึ้นในตอนกลางคืนครับ

2. ช่วยให้หน้าตาดูอ่อนวัยกว่าเดิม

ข้อนี้หลายคนน่าจะชอบ การปั่นจักรยานช่วยให้ร่างกายเราลำเลียงอ๊อกซิเจนและสารอาหารได้ดีขึ้น และช่วยขับถ่ายสารพิษในร่างกายได้มีประสิทธิภาพขึ้น นอกจากนี้การออกกำลังกายอย่างการปั่นจักรยานจะช่วยกระตุ้นการผลิตสารคอลลาเจน ช่วยลดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า จึงไม่แปลกว่าทำไมคนที่ปั่นจักรยานเป็นประจำจึงหน้าตาอิ่มเอิบและผิวพรรณสดใสครับ (แต่อย่าลืมถ้าครีมกันแดดก่อนออกรอบหละ)

3. ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจากมหาวิทยาลัย Bristol ยืนยันว่าการปั่นจักรยานจะช่วยกระตุ้นให้อาหารไหลผ่านลำไส้ได้เร็วกว่าซึ่งช่วยลดการดูดซับน้ำในลำไส้ใหญ่ หมายความว่าก้อนอุจจาระก็จะไม่แห้งทำให้เราถ่ายได้คล่องขึ้นครับ นอกจากนี้การปั่นจักรยานช่วยกระตุ้นการหายใจและอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งเพิ่มกำลังในการบีบรัดตัวของลำไส้ ช่วยให้เราไม่รู้สึกอึดอัดหลังการทานอาหาร และป้องกันโรคมะเร็งลำไส้อีกด้วย

4. เพิ่มประสิทธิภาพสมอง

ผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยอิลินอยส์พบว่าคนที่ปั่นจักรยานเป็นประจำทำคะแนนการทดสอบสมองได้ดีกว่าปรกติถึง 15% เพราะว่าการปั่นจักรยานช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์สมองในส่วน Hippocampus  เป็นส่วนที่ใช้บันทึกความจำ ซึ่งจะเสื่อมอย่างรวดเร็วหลังอายุ 30 ครับ ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้เป็นอย่างดี

5. สุขภาพโดยรวมแข็งแรงขึ้น

เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าการออกกำลังกายช่วยให้ระบบภูมิต้านทานของเราแข็งแรงขึ้น เชื้อโรคต่างๆ ก็มีผลกับเราได้น้อยลง รายงานสุขภาพจากอังกฤษบอกว่าคนที่ปั่นจักรยานอย่างน้อย 30 นาทีเป็นเวลาห้าวันต่อสัปดาห์มีโอกาสป่วยน้อยกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายเลยกว่าเท่าตัว ข้อนี้แอดมินรู้ดี เพราะหลังจากเริ่มปั่นจักรยาน อาการหอบหืดเรื้อรังที่เป็นมาตั้งแต่เด็กก็ค่อยๆ หายไปจนตอนนี้หายขาดแล้วครับ

6. อายุยืนยาว

ผลวิจัยจากมหาวิทยาลัย King’s Collegel London ทดสอบฝาแฝดกว่า 2,400 คู่ พบว่าแฝดคนที่ปั่นจักรยานแค่ 45 นาที สามครั้งต่อสัปดาห์ มีอายุยืนยาวกว่าคู่แฝดที่ไม่ออกกำลังกายกว่า 9 ปีโดยเฉลี่ย สาเหตหลักๆ ที่ช่วยให้อายุยืนขึ้นก็เพราะการปั่นจักรยานพัฒนาระบบเลือดและระบบหายใจ ช่วยลดโรคความดัน โรคอ้วน มะเร็งประเภทต่างๆ โดยรวมร่างกายจะมีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูรักษาตัวเองมากขึ้นครับ ช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจได้กว่า 50%

7. พิทักษ์โลก

พื้นที่ในการจอดรถยนต์หนึ่งคัน สามารถใช้จอดจักรยานได้กว่า 20 คัน เราใช้วัตถุดิบและสารเคมีต่างๆ และพลังงาน ในการผลิตจักรยานหนึ่งคันน้อยกว่าการผลิตรถยนต์ถึงห้าเท่า แน่นนอน จักรยานไม่ก่อมลพิษ การปั่นจักรยานยังประหยัดพลังงานมากกว่าการเดินถึงสามเท่าในระยะทางเท่าๆ กัน

ผู้ผลิตรถยนต์สมัยนี้ชอบอวด “กิโล/ลิตร” – ว่ารถตัวเองใช้น้ำมันกี่ลิตรต่อระยะทางหนึ่งกิโล เจอจักรยานแล้วจะหนาว เพราะถ้าลองเปรียบเทียบพลังงานที่เราใช้ในการปั่นจักรยาน แปลออกมาให้เหมือนรถยนต์…จะได้ประมาณ​ 4705 กิโล/ลิตร ครับ!

8. เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

ข้อนี้เห็นหลายคนในเว็บบอร์ด Thaimtb คอนเฟริ์มครับ การปั่นจักรยานช่วยพัฒนาระบบหมุนเวียนเลือด ซึ่งผลข้างเคียงคือเพิ่มความต้องการทางเพศ ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐ พบว่านักกีฬาจักรยานมีสมรรถภาพทางเพศเหมือนกับคนที่อายุอ่อนกว่า 4-5 ปี ในขณะที่นักกีฬาหญิงเลื่อนอาการวัยหมดประจำเดือน (menopause) ออกไปได้กว่า 5 ปี ผลวิจัยจากฮาวาร์ดยังแถมให้อีกว่าผู้ชายที่อายุมากกว่า 50 ปีที่ปั่นจักรยานเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงอาการ “นกเขาไม่ขัน” ได้กว่า 30%

9. ลูกในครรภ์มีสุขภาพแข็งแรง

ผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนรายงาว่าคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ แต่ออกกำลังกายเป็นประจำจะฟื้นฟูร่างกายหลังการคลอดได้ดีกว่าแม่ที่ไม่ออกกำลังกาย แถมลูกในท้องจะสามารถพัฒนาระบบประสาทได้ดีกว่าปรกติอีกด้วย

10. ทำงานได้ดีขึ้น

การศึกษาจากมหาวิทยาลัย Bristol พบว่าพนักงานที่ออกกำลังกายก่อนเข้า หรือหลังทำงาน มักจะทำงานได้มีประสิทธิภาพดีกว่าคนปรกติที่ไม่ออกกำลังกาย การออกกำลังกายช่วยเพิ่มความมั่นใจ ความมุ่งมั่นในการทำงานและช่วยให้รับความเครียดจากการทำงานได้ดีขึ้นด้วย นอกจากนี้พนักงานที่ออกกำลังกายเป็นประจำมักจะใช้เวลาพักน้อยกว่าคนอื่น ทำงานเสร็จได้ตามเดดไลน์ และมีอัธยาศัยดีกว่าคนอื่นๆ ด้วยครับ

11. ลดความอ้วน

เป็นที่ทราบกันดีว่าการปั่นจักรยานช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมันส่วนเกินในร่างกาย แต่มันไม่ได้เผาพลาญแค่เฉพาะตอนที่เราปั่นนะครับ ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าร่างกายของคนที่ปั่นจักรยานเป็นประจำจะมีสภาวะ “After Burner” หรือเผาผลาญไขมันส่วนเกินต่อเนื่องหลังจากลงจากจักรยานแล้วต่อไปอีก 2-3 ชั่วโมง ซึ่งโดยรวมแล้วการเผาผลาญหลังการปั่นอาจจะมากกว่าระหว่างปั่นอีกด้วยซ้ำ

นักปั่นที่ซ้อมแบบ interval (สลับการออกแรงปั่นช้า + เร็วตามระยะเวลาที่กำหนด) สามารถเผาผลาญไขมันได้มากกว่าคนที่ปั่นด้วยความเร็วคงที่กว่า 3.5 เท่าอีกด้วย

12. มีเพื่อนมากขึ้น มีความสุขมากขึ้น

สังคมการปั่นจักรยานในเมืองไทยค่อนข้างจะอบอุ่นและเป็นมิตร ใครเห็นกันปั่นบนจักรยานก็มักจะกวักมือทักทายกันเสมอๆ และหากใครมีปัญหาอะไรก็มักจะช่วยเหลือกัน แบ่งความรู้กันอยู่แล้ว การเข้ากลุ่มปั่นกับคนอื่นๆ นอกจากจะช่วยให้เรามีกำลังใจและมีเหตุผลออกปั่นมากขึ้นแล้วยังช่วยส่งเสริมสุขภาพเราในทางอ้อมด้วยครับ ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Howard พบว่าคนที่ไม่มีเพื่อนและไม่เข้าสังคมมีความเสี่ยงในการเจ็บป่วยมากกว่าคนสูบบุหรี่และคนที่เป็นโรคอ้วนเสียอีก อย่างที่เขาว่ากันสภาพจิตใจเราบ่งบอกถึงสภาพร่างกายครับ

13. ลดอาการเหนื่อยล้าและความเครียด

บางครั้งที่เราเหนื่อยล้า หม่นหมองไม่อยากทำอะไร การออกไปปั่นจักรยานรับอากาศบริสุทธิ์จะช่วยให้เราสดชื่นขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ ผมเชื่อว่าหลายๆ คนคงเจออาการนี้ครับ ตกเย็น เบื่อ หม่นหมอง ไม่อยากไปไหน แต่พอคว้าจักรยานออกไปปั่นกลับรู้สึกดีขึ้นและคลายความเครียดความกังวลไปได้หมด งานวิจัยสุขภาพในสหรัฐหลายๆ ชิ้นยืนยันว่าการออกกำลังกายช่วยลดความหดหู่และความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดีครับ

บำรุงผิวหน้าด้วยผลไม้

ผู้หญิงพวกเราทุกคนก็หวังต้องการจะมีผิวหน้าที่เรียบเนียนสดใสได้ตลอด ฉะนั้นการบำรุงผิวหน้าก็เลยเป็นเรื่องสำคัญที่หญิงอย่างพวกเราๆไม่สมควรละเลย การบำรุงผิวบนบริเวณใบหน้าของพวกเรานั้นไม่ใช่เพียงอาศัยครีมบำรุงต่างๆได้อย่างเดียวแค่นั้นนะคะ ผิวหน้าที่มีร่างกายแข็งแรงยังจำต้องได้มาจากการบริโภคของกินที่เป็นประโยชน์ อย่างพอเพียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินที่ดูแลผิวพรรณ แม้กระนั้นเว้นเสียแต่แนวทางการรับประทานแล้ว พวกเรายังสามารถใช้ผลไม้มาบำรุงผิวหน้าได้โดยตรงด้วย วันนี้พวกเรามีผลไม้ที่จะเอามาบำรุงผิวหน้าของคุณมาฝากกันจ้ะ

ลูกพีช

ลูกพีชเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งมีประโยชน์สำหรับผิวช่วยให้ผิวกระจ่างใส ทั้งยังมีกรดเอเอ็ชเอ (AHA) ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวได้อีกด้วย สามารถทำความสะอาดผิวและช่วยให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งสดใส ส่วนวิธีใช้ก็แสนง่าย เพียงใช้เนื้อลูกพีชบด 3 ลูก ผสมกับน้ำผึ้งและข้าวโอ๊ตอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ ใช้ขัดนวดหน้าเบา ๆ ก่อนจะพอกทิ้งไว้ ประมาณ 5 – 10 นาที แล้วค่อยล้างออก รับรองว่าหน้าคุณจะเปล่งปลั่งสดใสขึ้นแน่นอนค่ะ

สตรอเบอร์รี่

นอกจากจะให้ความสดชื่นด้วยรสชาติหวานอมเปรี้ยวแล้ว สตรอเบอร์รี่ยังมีสรรพคุณช่วยขจัดสิวได้อีกด้วย เนื่องจากกรดซาลิไซลิคที่มีอยู่ในผลสตรอเบอร์รี่ จะช่วยลดการอุดตันของสิว ทั้งยังทำให้หน้ามันน้อยลงด้วย โดยใช้สตรอเบอร์รี่ 5 ลูก ผสมกับผงถั่วเขียวบด 1 ช้อนชา ไข่ขาว 2 ฟอง และโยเกิร์ต นวดทั่วใบหน้าแล้วพอกทิ้งไว้ราว 10 นาทีจึงล้างออก ก็จะได้หน้าใส ๆ และสิวที่ค่อย ๆ ลดลงไปด้วยเรียกได้ว่าเหมาะกับทั้งคนที่มีปัญหาเรื่องสิวและคนที่ผิวมัน และ ยังช่วยให้ผิวหน้าดูสดใสเปล่งปลั่งขึ้นได้ด้วย

ลูกพลัม

ลูกพลัมนั้น อุดมไปด้วยวิตามินเอ และซี ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายและผิวพรรณของเรา โดยสามารถช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้ เนื่องจากมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่จะมาทำลายเซลล์ผิวได้ ให้คุณใช้เนื้อพลัม 3 ลูก ผสมกับผงถั่วเขียวบด 1 ช้อนชา ทาทั่วใบหน้าแล้วทิ้งไว้ 15-20 นาที จึงล้างออก ส่วนผสมนี้จะทำความสะอาดรูขุมขนและทำให้รูขุมขนกระชับขึ้นด้วยค่ะ

ลิ้นจี่

ผลไม้หอมหวานอีกชนิดหนึ่งที่นอกจากจะอร่อย หอม หวาน สดชื่นแล้ว ยังช่วยบำรุงผิวได้อีกด้วย เพราะลิ้นจี่นั้นอุดมด้วยวิตามินซีช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ โดยเริ่มจากล้างหน้าให้สะอาด แล้วใช้น้ำลิ้นจี่เป็นโทนเนอร์เช็ดหน้า ก่อนที่จะทำการอบไอน้ำใบหน้าเป็นเวลา 5 นาที จากนั้นนวดหน้าเบา ๆ ด้วยเนื้อลิ้นจี่กับน้ำตาล ซึ่งจะช่วยสครับผิวให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดออกไปด้วย ตามด้วยการมาส์กหน้าด้วยเนื้อลิ้นจี่ เพื่อเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว และทำให้สีผิวสม่ำเสมอกันมากขึ้นด้วยค่ะ

เชอร์รี่

ในผลเชอร์รี่จะอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยยับยั้งการที่ผิวจะถูกทำลายจากสาเหตุสารพิษต่าง ๆ และยังช่วยทำให้ผิวนุ่มนวลขึ้นได้ด้วย โดยเริ่มจากทำการอบไอน้ำใบหน้าก่อนเป็นเวลา 5 นาที จากนั้นจึงสครับผิวด้วย โลชั่น น้ำตาล และเนื้อเชอร์รี่ เม็ดน้ำตาลจะค่อย ๆ ละลายและขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกได้อย่างอ่อนโยน ทั้งเมื่อถูกผสมรวมกับเนื้อเชอร์รี่แล้ว จะช่วยให้ผิวนุ่มนวลเหมือนผิวเด็กได้ด้วยค่ะ

ผลไม้ใช่ว่าจะดีแต่เฉพาะการกินเข้าไปเท่านั้น ยังสามารถนำมาบำรุงผิวหน้าได้ด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนที่สาว ๆ จะใช้กับใบหน้า อย่าลืมทดสอบอาการแพ้ ด้วยการทดลองใช้กับผิวอ่อนบางอย่างบริเวณท้องแขนก่อนนะคะ แล้วถ้าหากไม่มีอาการผิดปกติใดจึงใช้กับใบหน้าได้ ทีนี้สารอาหารต่าง ๆ ก็จะเข้าบำรุงผิวของเราได้โดยตรงเลยค่ะ

Posted in ความรู้ทั่วไป, ความสวย+ความงาม at February 7th, 2017. Comments Off on บำรุงผิวหน้าด้วยผลไม้.